September 9, 2019

เรียนรู้ปรัชญาการเล่น Dota 2 จาก OG!

Category : Dota 2, ข่าวสาร

ถึงแม้ The International 2019 การแข่งชิงแชมป์โลก Dota ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีจะเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค. แต่ แวดวงฯ เชื่อว่า เรื่องราวของ แชมป์มหาชน OG ซึ่งกลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่ป้องกันแชมป์ TI ได้สำเร็จ น่าจะยังอยู่ในความทรงจำของเราๆ ท่านๆ ผู้ชื่นชอบ Dota 2 ขนาดที่ว่า ทุกวันนี้บางท่านยังเปิดรีเพลย์ ไม่ก็ไฮไลท์การเล่นของพวกเขาดูอยู่เลย

เหตุการณ์อีเวนต์ที่ทิ้งร่องรอยที่น่าจดจำจบลงมานาน 15 วัน แต่ถ้าหันกลับไปคิดย้อนถึงการเล่นของทีมที่ก้าวสู่จุดสูงสุด ซึ่งจะเห็นได้ว่า พวกเขาได้ทิ้งคีย์หลักหนึ่งอย่างที่อาจเรียกได้ว่า เป็นปรัชญาที่น่าสนใจ สะท้อนจากบทสัมภาษณ์และวิธีการเล่นเด่นๆ และวันนี้เราจะรวบรวมข้อเท็จจริงเหล่านั้นมาร้อยเรียงใหม่ให้ได้บทสรุปที่แจ่มชัดมากกว่าเดิม

ใช้เครื่องมือที่ถนัดให้เข้ากับวัตถุประสงค์

สิ่งแรกที่ OG สร้างการจดจำผ่านการลงแข่งรอบแบ่งกลุ่มคงหนีไม่พ้นการหยิบตัวละครนอกสายตา มาจับคู่กับตำแหน่งที่หลายคนมองว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ นอกจากนี้การดึงตัวละครมาใช้งานด้วยวิธีแปลกๆ ยังเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ในการปั่นประสาทคู่แข่งอีกด้วย

เริ่มต้นจากการเอา Invoker นักเวทย์ตัวทำดาเมจหลักที่ส่วนใหญ่จะใช้เป็นตัว Core มาทำหน้าที่เป็นตัวละครกึ่งซับพอร์ต (หรือที่หลายคนเข้าใจตรงกันว่า Support 4) ที่เป็นเช่นนั้น เพราะ OG รู้ว่า ฮีโร่นี้มีศักยภาพที่โปรหลายคนมองข้าม ไม่เชื่อก็ลองกลับไปดูที่สกิลอันหลากหลายขึ้นอยู่กับแนวทางการผสมผสานของผู้เล่น มีทั้ง Cold Snap ที่ใช้ตอดใช้หยุดคู่แข่ง มีปั่นพายุ Tornado มีสกิลล่องหน Ghost Walk มีสกิลทำดาเมจและเบิร์นมานา EMP นี่ยังไม่นับสกิลเวทย์ทำดาเมจมากมายหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าผู้เล่นคนนั้นจะนำมาปรับใช้ในแต่ละสถานการณ์ได้ดีขนาดไหน

และยิ่งพ่อมดตัวแสบถูกจับคู่กับ Ceb ที่ถือเป็นจอมเทคนิคของทีม (เอาตรงๆ หมอนี่ถนัดใช้งาน Ivoker อยู่แล้ว) มันเลยคลายพิษสงออกมาได้เต็มที่

หลังจาก OG หยิบ Invoker มาเล่นใน TI9 ตัวละครนี้ก็แพร่หลายในฐานะ Sup 4

หลังจากนั้นก็เป็น Anathan “ana” Pham แครี่สุดเทพผู้เคยแบก OG จนเป็นแชมป์ TI8 ก็โชว์สเต็ปแปลกๆ หยิบ IO ตัวละครขวัญใจสายซับพอร์ตมาบิวด์ในแนวทางของแครี่สุดเข้ม อีกเกมที่หลายคนจำได้คือ คู่ระหว่าง OG เจอกับ Fnatic ที่ Topias “Topson” Taavitsainen มิดเลนของทีมแชมป์ TI8 เลือกหยิบ Earth Spirit ตัวป่วนสายซับพอร์ตที่มีจุดเด่นในเรื่องการแก๊งค์คู่แข่งมายืนเลนกลาง

เกมแรกที่ ana หยิบ IO มาเล่นแครี่
ส่วนเกมนี้ Topson โชว์สเต็ป Earth Spirit ที่เลนกลาง

ความเชี่ยวชาญ และการจับคู่ฮีโร่ให้เข้ากับความต้องการ คือ สิ่งสำคัญ

แน่นอนว่า การเล่นที่เราให้ล้วนไกลห่างจากคำว่า หยิบมาขำๆ เพื่อสร้างสีสันให้การแข่ง เพราะหากวิเคราะห์ถึงรายละเอียดแต่ละเคส (ซึ่งเราอธิบายเรื่อง Invoker ไปแล้ว) จะเห็นได้ว่า ทั้ง Ceb, Topson และ ana ไม่ได้แหวกแนว ดื้อดึงไปเปลี่ยนวิธีการเล่นอะไรใหม่ ใครๆ ก็รู้ว่า IO ตอนสกิลพร้อมไอเทมพร้อมจะกลายร่างตัวเองจากซับพอร์ตเป็นแครี่สุดโหด หรือ Earth Spirit เมื่อมีเลเวลระดับหนึ่งจะเป็นตัวทำเกมที่น่ารำคาญของฝ่ายตรงข้าม พวกเขาแค่จับมันไปไว้ในมุมที่ผู้ชมและคู่แข่งไม่คาดคิดมาก่อนเท่านั้นเอง

ความเป็นอิสระ คือ ปรัชญาทีม OG

เรื่องราวที่เล่ามาข้างต้นสอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ Johan “N0tail” Sundstein กัปตันและผู้ก่อตั้งทีม OG ที่เล่าว่า “ในวงการ Dota 2 ทุกๆ ทีมต่างค้นพบแผนการเล่นใหม่ๆ ผมเชื่อว่า ทุกตัวละครมีเอกลักษณ์ของตัวเอง เราแค่เอาแนวคิดนี้ไปใส่ในการดราฟต์เท่านั้นเอง”

และยังกล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีการหยิบตัวละครแปลกๆ เช่น การใช้ IO ของ ana เพื่อนซี้ต่างวัยว่า “ana ฝึกฝน IO ด้วยตัวเองมาพอสมควร เขาเล่นตัวละครนี้บ่อยมากๆ แค่ไม่เคยหยิบมาใช้ในการซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมเท่านั้นเอง ทีมไม่เคยบังคับเรื่องการเลือกตัว การดราฟต์ คือ สมดุลระหว่าง การจัดไลน์อัพ และ ความต้องการของผู้เล่น ความจริงเรามีฮีโร่อีกหลายตัวที่คิดว่า หยิบมาลงแข่งได้ แต่ตอนนี้ยังไม่มีโอกาสลอง”

จงเลือกในสิ่งที่ดีที่สุด

แต่ขณะเดียวกัน ด้วยความที่ OG เข้าใจความเก่งกาจของตัวละครในแพตช์นี้ลึกซึ้งกว่าใครๆ เมื่อใดที่พวกเขาได้โอกาสหยิบ “ตัวเมต้าสุด OP” เราจะเห็นว่า N0tail และพรรคพวกไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อย ยกตัวอย่าง เกมรอบชิงกับ Team Liquid ที่พวกเขาเล่นแต่ตัวเดิมๆ เช่น Tiny กับ Enchantress ที่ตอนนี้โดนผู้พัฒนาปรับลดความสามารถลงเป็นที่เรียบร้อย (อะไรที่มันดีอยู่แล้ว จะเปลี่ยนทำไมล่ะ?)

รอบชิงชี้ให้เห็นว่า OG เกาะเมต้าแน่นกว่าใครๆ

อย่างไรก็ดี ปัจจัยแท้จริงที่รากฐานทางความคิดและผลักดันให้ทีมแชมป์ TI8 สามารถป้องกันแชมป์ TI9 ได้สำเร็จ คงต้องชี้ไปที่ Mia Stellberg นักจิตวิทยาสาวประจำทีม OG ผู้ซึ่งเคยว่า Astralis ทีม CS:GO แห่งเดนมาร์กครองความยิ่งใหญ่ไร้คู่แข่งในปี 2018

Mia Stellberg นักจิตวิทยาที่พา OG บินสูง

และเธอได้ให้สัมภาษณ์นักข่าวถึงตัวตนของ OG ว่า “ทีม OG ไม่สนคำวิจารณ์ใดๆ พวกเขาไม่ฟังใคร แค่ทำตามใจตัวเองและเป็นอิสระ คนฉลาดๆ จะไม่สนใจกระแสความจำเจที่เกิดขึ้นในโลกอีสปอร์ต”

หลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า พวกเขาศึกษาทุกความเป็นไปได้ก่อนจะลงมือทำ

สรุปแล้วจากหลักฐานที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า ปรัชญาของ OG ไม่ใช่แค่ความบ้าที่จะนำเสนอสิ่งใหม่ๆ แต่เป็น Mindset ที่เปิดกว้างสำหรับการสร้างสรรค์สิ่งใหม่บนความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ บวก ความกล้าที่จะทำลายกำแพงแนวคิดเดิมๆ

Leave a comment

Comments (1)

  • avatar image
    ReplyAngpao September 9, 2019

    หลังจาก OG หยิบ Invoker มาเล่นใน TI9 ตัวละครนี้ก็แพร่หลายในฐานะ Sup 4 แต่ในคลิปเป็นทีม SC นิ