September 3, 2019

N0tail Cebs JerAx เสาหลัก OG! 3 ผู้รอดชีวิตบนเรืออับปาง!

Category : Dota 2, ข่าวสาร

แม้การแข่ง The International 2019 หรือ TI9 การแข่งชิงแชมป์โลกโดต้าทูเงินรางวัลรวมจะจบลงแล้วเกินกว่าสัปดาห์ ทว่า เรื่องราวของ OG ผู้พิชิต TI เป็นหนที่สองยังคงเป็นทีมจดจำและถูกพูดถึง (และคงกลายเป็นตำนานนับจากนี้ไปอีกนาน) โดยเฉพาะเรื่องราวการฉายแสงอันเจิดจรัสของ Topson และ ana สองผู้เล่นที่น่าจับตามองที่สุดหลังการแข่งขันเสร็จสิ้น

แต่หลายคนคงไม่ทราบว่า หากย้อนกลับไปในช่วงเวลาราว 1 ปีก่อน หาก 2+1 ผู้เล่นหลักเท่าที่อยู่ในทีมล้มเลิกความตั้งใจที่จะเข้าร่วม TI8 นับตั้งแต่ “ทีมแตก” ทุกวันนี้อาจไม่มีตำนานแชมป์ TI สองสมัยซ้อน รวมไปถึงการแจ้งเกิดหนสองของ 2 สุดยอดผู้เล่นดาวรุ่งอย่างที่เห็นเฉกเช่นทุกวันนี้

ana กับ Topson เปล่งออร่าสุดใน TI9

เรื่องราว “การล่มสลาย” ของ OG เริ่มต้นจากความเห็นที่ไม่ตรงกันของแนวทางการเล่นทำให้ S4 (Gustav Magnusson) และ Fly (Tal Aizik) ที่เป็นกำลังย้ายตาม Cr1t- (Andreas Nielsen) อดีตผู้เล่นร่วมสังกัด OG (ที่ย้ายออกไปก่อนเมื่อปี 2016) ซบ Evil Geniuses (EG) หนึ่งในทีมดัง ทิ้งให้ Johan “N0tail” Sundstein (ผู้ก่อตั้งและแครี่ในตอนนั้น) กับ Jesse “JerAx” Vainikka ซับพอร์ตสี่ เอาตัวรอดในการลงไปเล่นรอบคัดเลือก TI เนื่องจาก คะแนน Pro Circuit ตามติดกับตัวผู้เล่นไปบวกให้ EG เสียแล้ว

เมื่อรวมกับการหมดไฟในการเล่นของ Anathan Pham (ana) แถมตัวที่ดึงมาแทนอย่าง Roman Fominok (Resolut1on) ก็แยกย้ายออกจากทีมไปคนละทิศคนละทาง รายแรกต้องการหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในอาชีพ (เล่าว่า ana ไปเรียนต่อเชฟ) ส่วนรายหลังแยกทางเพราะแนวการเล่นไปกันไม่ได้

ช่วงเวลานั้น ใครเห็นก็คิดว่า OG คงจบลงเพียงเท่านี้แน่

OG ยุคแตกกระสานซ่านเซ็น

ในช่วงเวลานั้นเองที่ Sébastien Debs หรือ Cebs ที่ตอนนั้นทำหน้าที่เป็นโค้ชให้ OG ในชื่อ 7ckngMad ออกมาปลุกขวัญรวมใจและจับเข่าคุยกับ 2 แกนหลักของทีม เพื่อหาทางออกให้ทีมผ่านพ้นช่วงเวลาอันย่ำแย่นี้ไปได้

Cebs ที่ตอนนั้นทำหน้าที่โค้ชทีม OG

Cebs กล่าวว่า “สิ่งแรกเลยคือผมต้องมั่นใจว่า ทุกคนที่เหลือยังรู้สึกโอเคยังอยู่ เพราะตอนนั้นอะไรๆ มันย่ำแย่มาก มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตผมเลย จากใจจริงนะ ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนโลกจะถล่มลงมาทับเราเลย”

“ถึงแม้เราจะทุ่มเทแบบหมดหน้าตักชนิดที่คนทั่วไปไม่ทางเข้าใจ ไม่เจอหน้าครอบครัว ไม่เจอเพื่อน คบใครจริงจังไม่ได้ และต้องซ้อมถึง 10 ชม. ต่อวัน และต่อให้ไม่ได้ซ้อมเราก็จะยังคิดถึงมันอยู่ เพราะชีวิตเราคือโดต้า เราทุ่มให้มันทั้งชีวิต และทุกอย่างก็จบลง มันแค่นี้จริงๆ เหรอ”

“สิ่งแรกที่ผมคิดได้ในเวลาถัดจากนั้น คือ เฮ้ย ลูกเรือที่เหลืออยู่ยังไม่ตายนี่หว่า พวกเรายังมีชีวิตจิตใจ ยังมีความหวัง นั่นแหละที่ทำให้เรามีกำลังใจคิดหาทางออก”

สองผู้รอดชีวิตบนเรือ OG

Cebs เล่าถึงเรื่องราว “การคืนชีพ” ของ OG ว่า “ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก JerAx, notail และผมตัดสินใจตรงกันว่าจะเปลี่ยนความผิดหวังนี้ให้กลายเป็นแรงผลักดัน” 3 เสาหลัก (ที่เหลือ) เปลี่ยนเถ้าถ่านให้กลายเป็นฟืน สุดท้ายมันกลายเป็นเชื้อเพลิงที่โหมกลายเป็นเปลวไฟลุกโชติช่วง

“เรื่องราวนี้ทำให้เรามีแรงจูงใจที่แรงกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เราต้องการพิสูจน์ว่า พวกเราทำตามความฝันได้แน่ ตอนนั้นไม่ว่ามันจะเป็นไปได้หรือไม่ เราของออกไปลองดูสักตั้ง แม้ว่า พอเอาเข้าจริงมันจะขรุขระอยู่บ้างก็ตาม”

เรื่องราวหลังจากนั้นก็เป็นเรื่องราวแห่ง “เทพนิยาย” ตามที่หลายคนน่าจะได้รับรู้ผ่านการบอกเหล่าของสื่อต่างๆ Cebs ผันตัวเองจากโค้ชสู่การเป็น Offlane จำเป็น ขยับ N0tail มาเล่นซับพอร์ต 5 ควบหน้าที่กัปตัน (JerAx เล่นตำแหน่งเดิม) หลังจากนั้นก็ดึง ana กลับมาจากการเรียนเชฟ และคว้า Topson เด็กหนุ่มบ้านเดียวกับ JerAx มาเล่นตัวกลาง

OG ปราบ EG คู่ปรับได้ถึง 2 ครั้ง 2 คราใน TI สองปีซ้อน และเอาชนะ PSG.LDG (TI8) และ Team Liquid (TI9) ยอดทีมแห่งยุค กลายเป็นทีม Dota 2 ทีมแรกที่ครองแชมป์ TI สองสมัย (ซ้ำยังเป็นการครองแชมป์ 2 สมัยซ้อนอีกต่างหาก)

เมื่อมองย้อนกลับไปเมื่อ 1 ปีก่อน Cebs, N0tail และ JerAx สามเสาหลักแห่ง OG คงต้องขอบคุณเรื่องราวร้ายๆ ที่ทำให้พวกเขาพาทีมก้าวไปอีกระดับ แถมยังเป็นระดับสูงสุดเท่าที่นักแข่งโดต้าใฝ่ฝัน

ไม่รู้ตอนนั้นทั้งสามคนจะเชื่อหรือเปล่าว่า เรือลำเก่าจะพาพวกเขามาไกลขนาดนี้

Leave a comment

Comments (1)