March 9, 2018

10 เหตุผลที่คนเกลียด RoV

Category : RoV

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าช่วงเวลานี้ RoV หรือ Arena of Valor ถือเป็นเกมอีสปอร์ตที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประเทศไทยแบบไม่มีใครเทียบ แต่ที่สิ่งที่น่าสนใจคือ เพราะเหตุใดเกมที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามเช่นนี้จึงเต็มไปด้วยกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบในหมู่ผู้เล่นและผู้ชมอีสปอร์ตไทย แวดวง eSports เลยหยิบยกเหตุผลหลักทั้ง 10 ข้อมาอธิบายให้ฟังกันว่า “ทำไมหลายคนถึงเกลียด RoV”

1.สังคมเกมที่หลากหลาย (เกินไป)
ด้วยความที่ RoV เป็นเกมมือถือที่ดาวน์โหลดฟรี และเล่นง่าย ไม่ต้องมีอุปกรณ์แพงๆ ก็หาความบันเทิงได้ ทำให้กลุ่มผู้เล่นเกมนี้ค่อนข้างหลากหลาย สำหรับผู้พัฒนาและผู้ให้บริการอาจมองว่านี่เป็นเรื่องดี แต่ด้วยกลุ่มผู้เล่นที่กว้างขวางกว่าเกมทั่วไป ทำให้ผู้เล่นมีโอกาสได้อยู่ร่วมทีมกับผู้เล่นหลากหลายประเภททั้งผู้เล่นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น สายจีบสาวจีบหนุ่ม สายป่วน สาย Toxic ตลอดจนเด็กเล็กๆ ที่พูดคุยสื่อสารไม่รู้เรื่อง สำหรับคนที่มองหาเกม MOBA (Multi-player Online Battle Arena) แนวมาเล่นอย่างจริงจัง RoV อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีเท่าไร เว้นแต่คุณจะขึ้นไปอยู่ใน Ranking ที่สูงเสียก่อน

2.สร้างความเข้าใจผิด
สาเหตุของเหตุผลประการที่ 2 มีจุดเริ่มต้นเช่นเดียวกับข้อแรก คือ เกม RoV มีความนิยมจนเกินไป ผู้เล่นที่เพิ่งมาจับเกมนี้เป็นเกมแรกเลยเข้าใจผิดว่า เกมอื่นลอกเลียนระบบการเล่นและตัวละครมาจาก RoV กลับกัน ในสังคมเกมเองก็มีผู้เล่นบางกลุ่มที่จ้องจะล้อเลียน RoV โดยใช้คำพูดที่ว่า “เลียนแบบ RoV มาครับ” หรือ “RoV คือต้นแบบ MOBA” ทำให้คนที่ไม่รู้จริงๆ เกิดความเข้าใจผิดได้อยู่ดี

ถึงขนาดไปตั้งกระทู้ถามใน Pantip

3.เป็นที่นิยมเกินไป
เป็นเหตุผลที่ไม่ใช่ความผิดของเกม (อีกแล้ว) แต่ด้วยกระแสความฮิตติดลมบนหลายคนเลยได้มีโอกาสเห็นเกมนี้ไปอยู่แทบจะทุกสื่อในประเทศไทย ทั้งในสื่อกระแสหลัก รายการทีวี นักร้อง ดารา และคนดังจากสายต่างๆ ล้วนพูดถึงแต่เกมนี้ (แม้บางกรณีอาจมีการจ่ายเงินเพื่อโปรโมตผ่านสื่อและ Influencers ก็ตาม) ด้วยความที่กระแสมันล้นจนเกินพอดีคนที่ไม่ชอบเกมนี้อยู่แล้วยิ่งเกิดความหมั่นไส้มากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว

แม้แต่ดาราดังอย่าง ‘ศรีริต้า เจนเซ่น’ ยังชื่นชอบเกมนี้

4.คอมมูนิตี้ (ค่อนข้าง) แย่
อย่างที่บอกกล่าวกันมาก่อนหน้าว่า เกมนี้ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในด้านความนิยมในหมู่ผู้บริโภค ด้วยเหตุนี้กลุ่มสังคมเกมในโลกโซเชียล หรือที่หลายคนเรียกว่า คอมมูนิตี้ของเกม จึงมีขนาดมหึมาแซงหน้าเกมอีสปอร์ตรุ่นพี่เกมอื่นแบบไม่เห็นฝุ่น ในทางตรงข้าม เมื่อสังคมอุดมไปด้วยกลุ่มคนร้อยพ่อพันแม่ความขัดแย้งต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่ตามมาเป็นเรื่องปกติ แต่ถึงกระนั้นด้วยความที่สังคม RoV ประกอบไปด้วยมวลมหาประชาชนจำนวนมหาศาลเหตุการณ์ดราม่าต่างๆ จึงลุกลามอย่างรวดเร็วและรุนแรงมากกว่ากลุ่มอื่น (โดยเฉพาะในสังคม RoV ที่มีอายุสมาชิกกลุ่มต่ำกว่าเกมในประเภทเดียวกัน)

5.สมดุลวายป่วง
แฟนเกมอีสปอร์ตหลายคนคงทราบดีว่าจุดเด่นของเกมแนว MOBA คือ ความสมดุลของฮีโร่ที่ไม่มีตัวที่โดดเด่นจนเกินไป แต่ทุกตัวสามารถหยิบขึ้นมาเล่นแก้เกมกันได้เสมอ (ในจุดนี้เองเกม Dota 2 ถือว่าทำได้ดีมาก ขณะที่ League of Legends และเกมกึ่ง MOBA อย่าง Overwatch ล้วนพยายามพัฒนาในด้านนี้อย่างไม่หยุดยั้ง) แต่ในขณะเดียวกันคำว่า “สมดุล” กลับไม่เคยปรากฏให้ผู้เล่น RoV ได้เห็นอย่างจริงจังแม้จะมีการอัพเดตหลายครั้งต่อหลายครั้งแล้วก็ตาม ฮีโร่ที่ได้รับความนิยมยังไงก็ยัง OP อยู่เอย่างงั้น ส่วนฮีโร่ที่ไม่มีใครหยิบมาใช้แข่งก็ยังถูกมองข้ามเช่นเดิม ขณะที่ฮีโร่ใหม่มักจะมีรูปลักษณ์และ/ความเก่งกาจที่โดดเด่นมากขึ้นกว่าตัวเก่า ซึ่งเป็นปริศนาหนึ่งที่ไม่มีใครให้คำตอบได้ ด้วยเหตุนี้ คนที่เกลียด RoV จึงสามารถหยิบยกเหตุผลด้านความสมดุลมาโจมตีเกมนี้ได้เสมอ

6.ไร้คู่แข่ง
หลายคนบอกถ้า Apple ไม่มี Microsoft เป็นคู่แข่งก็เป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะพัฒนามาอยู่ในจุดนี้  เช่นเดียวกับการแข่งขันของ Coke และ Pepsi ที่ทำให้โลกได้เห็นการเดินหมากทางการตลาดแบบใหม่อยู่เสมอ หรือแม้แต่การชิงความเป็นหนึ่งระหว่าง Dota 2 และ League of Legends ก็ล้วนแล้วแต่เป็นมหากาพย์ที่ทำให้แฟนอีสปอร์ตได้มีสิ่งตื่นตาตื่นใจให้เห็นอยู่เสมอ แต่ด้วยการผงาดง้ำครองความเป็นที่ 1 แบบผูกขาดตลาดเอาไว้คนเดียวของ RoV นับแต่นี้เราคงไม่เห็นการช่วงชิงบัลลังก์เกมมือถือในไทยไปจนกว่าเกมนี้จะหมดกระแสความนิยมไปเอง

แม้แต่ Coke ยังมี Pepsi แต่ RoV นั้นไม่มีใคร (ที่มาภาพ flickr.com)

7.ข้อจำกัดของสายฟรี
โดยทั่วไปแล้วรูปแบบของเกมอีสปอร์ตจะมีอยู่ 2 ประเภท 1.เปิดให้เล่นตัวละครทั้งหมดได้ฟรี แต่มีการเปิดขายสกินหรือไอเทมตกแต่งตัวละคร 2.ต้องปลดล็อคตัวละคร แต่มีทางเลือกให้ผู้เล่นสามารถหาเงินในเกมมาใช้ซื้อตัวละครได้โดยไม่มีข้อจำกัด แต่ RoV กลับแตกต่างออกไป เนื่องจากเกมมีระบบเพดานจำกัดการหาเงินในเกมของผู้เล่น ทำให้ผู้เล่นสายฟรีมีความยากลำบากในการสรรหาเงินมาใช้สอยซื้อหาฮีโร่และรูนมาไว้ใช้งาน (ซึ่งสร้างข้อได้เปรียบ-เสียเปรียบระหว่างผู้เล่นสายเปย์และสายฟรีอยู่เหมือนกัน) แม้หลังๆ เกมจะอัพเดตระบบเพดานเงินจาก “จำกัดรายวัน” เป็น “รายสัปดาห์” (เพื่อให้ผู้เล่นที่ไม่มีเวลาว่างได้เก็บเงินยาวๆ ในเวลาว่าง) ก็ยังไม่ช่วยแก้ปัญหานี้เท่าไร

8.สกินแพงกว่าต่างประเทศ
ก่อนหน้านี้เคยมีดราม่าเรื่องราคาตัวละครในเกม RoV มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งปัญหาดังกล่าวเกิดจากการที่ผู้เล่นบางกลุ่มได้สืบเสาะแสวงหาราคาตัวละคร RoV ในต่างประเทศมาเปรียบเทียบกับราคาตัวละครในไทย ปรากฏว่า ส่วนใหญ่ราคาตัวละครในต่างประเทศจะถูกกว่าตัวละครที่วางจำหน่ายในเกมเวอร์ชั่นไทย เช่น Raz ไทยสนนราคาอยู่ที่ 590 คูปอง (หรือประมาณ 500 กว่าบาท) ในขณะที่ตัวละครเดียวกันในไต้หวันจะขายอยู่ที่ 490 คูปอง (ประมาณ 400 กว่าบาท) ถูกกว่ากันนิดๆ ทั้งๆ ที่ค่าครองชีพของไทยน้อยกว่าไต้หวันด้วยซ้ำ

เปรียบเทียบราคา Raz ในเกมไทย (บน) กับ Raz ในไต้หวัน (ล่าง)

9.ดังแค่ในไทย
เหตุผลคลาสสิคที่พรรคฝ่ายค้าน (เกม RoV) มักหยิบยกขึ้นมาง้างความดีความชอบของเกมนี้อยู่ตลอดเวลา เนื่องจากเป็นข้อเท็จจริงที่เกมนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในไทยทั้งในแง่จำนวนผู้เล่น ผู้ชม เงินรางวัล และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง แต่ท้ายที่สุดความเป็นอีสปอร์ตระดับโลกจำเป็นจะต้องได้รับการยอมรับจากสากล ซึ่ง Tencent ยักษ์ใหญ่เจ้าของลิขสิทธิ์เกมตระหนักถึงข้อจำกัดนี้ดี จึงเดินหมากสร้างกระแสนิยมโมบ้ามือถือตัวนี้ในนานาประเทศ หนึ่งในนั้นคือ การแข่งชิงแชมป์โลก ณ ประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีเงินรางวัลสูงถึง 16 ล้านบาท และมีทีมดังมากมายเข้าร่วม เช่น Team Liquid, Fnatic, SK Gaming, Team Vitality และ Alliance ฯลฯ

การแข่ง RoV ชิงแชมป์โลกปีล่าสุดถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่


10.มีอคติกับค่ายเกม
เหตุผลข้อสุดท้ายมาจากภาพจำที่หลายคนมองว่าค่ายผู้ให้บริการเกม RoV มักมีรูปแบบการตลาดที่เน้นแสวงหาผลกำไรจนออกนอกหน้าเกินไปหน่อย (เห็นได้จากการแสดงความคิดเห็นถึง Ring of Elysium เกม Battle Royale ร่วมค่ายตัวล่าสุดของผู้คนในเพจ แวดวง eSports ว่า ยังไงเกมนี้ต้องเป็นแนว Pay to Win หรือไม่ก็ต้องหาวิธีมาดูดตังค์ผู้เล่นได้แน่) แต่อย่าลืมว่า เม็ดเงินส่วนใหญ่ของค่ายเกมอาจถูกนำไปต่อยอดสู่การจัดแข่งอีสปอร์ตคุณภาพที่สร้างอาชีพให้นักกีฬาและทีมงานนับร้อยชีวิต เพียงแต่มันไม่กลับคืนสู่ผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรมเท่านั้นเอง

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความคิดเห็นของผู้เขียนที่มีวัตถุประสงค์ให้คนที่แอนตี้ RoV เปลี่ยนทัศนคติหันมามองเกมนี้ดีขึ้นบ้าง ขณะเดียวกันก็อยากชี้ให้ทีมงานผู้พัฒนาเล็งเห็นถึงข้อบกพร่อง เพื่อพัฒนาเกมของตนให้ดีขึ้นไป ส่วนใครที่รักในเกมนี้ก็ไม่ต้องฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ เพราะท้ายสุดมีเพียงคุณเท่านั้นที่มีอำนาจในการตัดสินใจว่า ตัวเองจะเลือกเล่นเกมไหน เพราะอะไร หรือบางทีก็ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลเสียด้วยซ้ำ

Leave a comment