November 22, 2018

เผยจำนวนเงินเดือนของนักแข่งอีสปอร์ต!

Category : CS:GO, Dota 2, LoL, Overwatch, The Article

ถ้าถามกันตรงๆ ว่า แชมป์รายการอีสปอร์ตใดที่ทำรายได้ให้ผู้เล่นหรือองค์กรมาที่สุด ไม่ต้องสงสัยเลยว่า The International 2018 ของ Dota 2 ถือเป็น “ที่สุดของที่สุด” จากเงินรางวัลรวมเกิน 25 ล้านเหรียญฯ (ประมาณ 800 ล้านบาท) แถมทีมผู้ชนะยังได้เงินกลับบ้านมหาศาลถึง 11 ล้านดอลล์ (ประมาณ 350 ล้านบาท)

แต่โอกาสที่จะไปถึงจุดนั้นแทบจะเป็นไปได้ยาก เพราะแม้แต่ทีมโดต้าระดับท็อปยังต้องผ่านการแข่งขันอย่างเอาเป็นเอาตายตั้งแต่การเก็บคะแนน Circuit ระหว่างปี และหากหลังอกหักอดเข้าร่วมการแข่ง หลายต่อหลายทีมที่แบกรับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหวก็ต้องแยกย้ายกันไปในที่สุด

คำตอบที่ว่าเล่นอีสปอร์ตอาชีพเกมใดแล้วมั่งคั่ง อาจจะต้องดูจากรายได้ที่มั่นคงหลังลดความเสี่ยงจากสมการให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งคำตอบที่ได้ถูกรวมอยู่ในลีกอีสปอร์ตอาชีพ ที่มีรูปแบบการจ้างผู้เล่นในระยะยาวแบบปีต่อปี

 

OG แชมป์ TI8 เป็นตัวอย่างของทีมที่ผู้เล่นแบ่งเงินกันได้อย่างอิสระ เพราะไม่มีจำของ แต่ทีมที่มีบริษัทลงทุนอยู่เบื้องหลังล่ะ?

พื้นฐานรายได้ผู้เล่น

ก่อนจะพูดถึงรายละเอียดตัวเลข ขอเล่าเรื่องที่บางคนอาจยังไม่ทราบว่า การบริหารทีมอีสปอร์ตในต่างประเทศนั้น เงินรางวัลจากการแข่งจะไม่ได้เข้ากระเป๋านักกีฬา แต่ถูกเก็บเข้าต้นสังกัด โดยต้นสังกัดจะเป็นผู้จ่ายเงินเดือน (+โบนัส) ให้นักกีฬา ทำให้รูปแบบการจ้างงานแทบไม่ต่างจาก “พนักงานบริษัท”

และเหตุผลที่ Dota 2 ไม่ได้ครองแชมป์อีสปอร์ตที่มีค่าจ้างแพงที่สุด เนื่องจากต้นสังกัดจะมีหลักการจ่ายเงินที่แตกต่างกันออกไป เนื่องจาก Valve ไม่ได้กำหนดอัตราการจ่ายเงินที่ตายตัว แต่ละทีมจึงมีมาตรฐานไม่เท่ากัน ยกตัวอย่าง Team Liquid ทีม Dota 2 ชื่อดังอาจมีการกำหนดค่าเหนื่อยผู้เล่นไว้ที่ 250,000 – 500,000 บาท/เดือน ขณะที่ทีมในไทยจะมีค่าแรงเฉลี่ยอยู่ที่ราวๆ 15,000 บาท ส่วนนักกีฬาของ Boom.ID ทีมดังจากอินโดนีเซียจะมีเงินเดือนอยู่ที่ 5,000 – 10,000 บาท ซึ่งวงการ CS:GO ก็มีรูปแบบการจ่ายค่าเหนื่อยที่กระจัดกระจายไม่แพ้ Dota 2

Dota 2  (277,341.67-554,683.33 บาท/เดือน)
‘Victor Goosens’ หนึ่งในผู้บริหาร Team Liquid ทีมดังแห่งวงการโดต้าทู ที่ว่ากันว่าได้เงินเดือนเฉลี่ยสูงเป็นอันดับต้นกล่าวว่า “เงินรางวัล TI7 จำนวน 10 ล้านดอลล่าร์จะถูกแบ่งสรรปันส่วนออกเป็น 8 ก้อน เพื่อกระจายไปยังส่วนต่างๆ ขององค์กร ซึ่งหนึ่งในนั้นจะถูกแจกจ่ายเป็นโบนัสให้ผู้เล่น โดยทั่วไปแล้วค่าจ้างของผู้เล่นในแต่ละปีจะอยู่ระหว่าง 100,000-200,000 ดอลล่าร์ อย่างไรก็ดี ผู้เล่นเหล่านี้จะได้รับการดูแลอย่างดีจากผู้ฝึกสอนของทีม รวมไปถึงได้รับการอำนวยความสะดวกในเรื่องของอุปกรณ์การซ้อมทุกๆ อย่างตามที่ต้องการ” นั่นหมายความว่า เฉลี่ยแล้วผู้เล่นอดีตแชมป์โลก Dota 2 เมื่อปีก่อนมีเงินเดือนอยู่ระหว่าง 277,341.67 – 554,683.33 บาท

Overwatch (222,982.70 – 332,810 บาท/เดือน)
โดยพื้นฐานแล้วกฎของ Overwatch League ได้ระบุไว้ว่า แต่ละทีมต้องให้ค่าเหนื่อยผู้เล่นแบบไม่รวมโบนัสขั้นต่ำที่ 50,000$/ปี หรือ 4,166$/เดือน (หรือ 138,670 บาท/เดือน) แต่นักข่าวชาวเกาหลีใต้เคยขุดคุ้ยจนพบข้อมูลว่า ผู้เล่นเกาหลีที่เซ็นสัญญากับทีมในลีกสูงสุดจะได้เงินเดือนเฉลี่ยประมาณ 6,700 – 10,000$ (222,982.70 – 332,810 บาท) ทีเดียว

CS:GO (232,967 – 332,810 บาท/เดือน)
ปีก่อน ‘Richard A. Lewis’ นักข่าวอีสปอร์ตที่เคยทำงานเป็นพิธีกร ELEAGUE ได้ให้ข้อมูลเอาไว้ว่า ผู้เล่นทั่วไปที่เพิ่งเลื่อนระดับฝีไม้ลายมือและความดังขึ้นไปสู่ระดับเมเจอร์ใหม่ๆ จะได้เงินเดือนอยู่ที่ 4,000 – 6,000$ (ประมาณ 133,124 – 199,686 บาท) ส่วนนักกีฬาระดับท็อปส่วนใหญ่จะมีฐานเงินเดือนอยู่ระหว่าง 7,000 – 10,000$ (ประมาณ 232,967 – 332,810 บาท)

นั่นหมายความว่า เมื่อเอาค่าตัวเฉลี่ยกันจะทำให้เงินเดือนของ CSGO และ Dota 2 ถือว่าธรรมดามาก หากเทียบกับ LoL ของ Riot และ Overwatch League ของ Blizzard ที่กำหนดให้แต่ละทีมต้องจ่ายเงินผู้เล่นที่ “150,000 ดอลล่าร์/ปี” และมีแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ถึงแม้ Team Liquid จะเป็นสังกัดโดต้าทูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดทีมหนึ่ง แต่เมื่อเทียบกับวงการ LoL สถานะรายได้ของพวกเขากับอยู่ในระดับกลางๆ เท่านั้น

 

หันกลับมาดูที่เกาหลีใต้ ซึ่งถือเป็นประเทศที่วงการอีสปอร์ตแบ่งบานมากที่สุดในโลกอย่างเกาหลีใต้จะเห็นได้ว่า อุตสาหกรรมความบันเทิงใหม่นี้มีมาตรฐานการการจ่ายเงินเดือนที่สูงมิใช่น้อย

โดยนักแข่งส่วนใหญ่ที่ร้อยละ 37.2 มีเงินเดือนประมาณ 46,750 บาท – ไม่เกิน 114,116 บาท

ร้อยละ 25.6 มีเงินเดือน เกินกว่า 114,116 บาท – ไม่เกิน 231,250 บาท

ร้อยละ 16.3 (กลุ่มแรก) มีเงินเดือน เกินกว่า 231,250 บาท – ไม่เกิน 462,500 บาท

ร้อยละ 16.3 (กลุ่มที่สอง) มีเงินเดือน เกินกว่า 462,500 บาท – ไม่เกิน 1,153,000 บาท

และ สุดท้าย ผู้เล่นระดับแม่เหล็ก ร้อยละ 4.7 (ประมาณ 20 คน เท่านั้น) ที่มีเงินเดือนมากกว่า 1,153,000 บาท

 

 

ซึ่งนักแข่งทั้งหมดมาจาก Playerunknown’s Battlegrounds Korea League (148 คน) รองลงมาได้แก่ Overwach Contender (92 คน) การแข่งโอเวอร์วอร์ชที่ป้อนสตาร์มากมายสู่ลีกสูงสุดที่สหรัฐฯ ถัดมาคือ League of Legends Champions Korea หรือ LCK (82 คน) ลีกโมบ้าที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ถัดมาเป็น LoL Challengers Koreaหรือ CK (58 คน) ลีกรองของ LCK สุดท้ายเป็น เกมอื่นๆ รวมกันได้ 41 คน

อย่างไรก็ดี นักแข่งเกมที่มีเงินเดือนมากที่สุดซึ่งดึงค่าเฉลี่ยรายได้ของนักแข่งแดนกิมจิให้สูงขึ้นนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน คนๆ นั้น คือ  “Faker” (Lee Sang-hyeok) ที่รับเงินจาก SK Telecom T1 ทีมดังใน LCK  ที่เดือนละ 2.2 แสนดอลล่าร์ (ประมาณ 6.7 ล้านบาท) แถมนักแข่งผู้ได้รับฉายาว่า “พระเจ้า” รายนี้ ยังเป็นนักแข่งเกมที่มีรายได้สูงที่สุดในโลกอีกด้วย

 

เผยรายได้นักกีฬาอีสปอร์ตที่มูลค่าสูงที่สุดในโลก

 

LCS ค่าเหนื่อยสูงสุดในโลก

อย่างไรก็ดี แม้ลีก LoL เกาหลีจะเติบโตขนาดไหน หากมองในภาพรวมพวกเขายังไม่ใช่ประเทศที่จ่ายเงินเดือนให้นักแข่งสูงที่สุดอยู่ดี หากฟังจากคำให้การของ ‘Romain Bigeard’ ผู้จัดการทีม Optic Gaming ทีมอีสปอร์ตชื่อดังเคยออกมาเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า ตอนนี้ League of Legends Championship Series หรือ  LCS ลีกอเมริกาเหนือ กลายเป็นลีกที่มีการจ่ายค่าเหนื่อยให้ผู้เล่นสูงสุดในโลกเป็นที่เรียบร้อย เนื่องจากมีการเก็บสถิติว่า ตอนนี้รายได้เฉลี่ยต่อหัวของนักกีฬาในลีกอเมริกาเหนืออยู่ที่ประมาณ “26,600 ดอลล่าร์/เดือน”  ขณะที่ลีกยุโรปมีค่าแรงประมาณ “6,700 ดอลล่าร์/เดือน” (2 แสนบาท) เท่านั้น นอกจากนี้ตามรายงานปีล่าสุด ‘Chris Greeley’ คณะกรรมการบริหาร LCS ที่เพิ่งเปิดเผยว่า ปี 2019 นี้ค่าเหนื่อยต่อปีขั้นต่ำของนักแข่งในลีกของพวกเขาได้ขยับขึ้นอีกขั้นหนึ่ง

คณะกรรมการบริหาร LCS กล่าวว่า “แม้กฎกติกาของลีกบังคับให้ทีมจ่ายค่าเหนื่อยผู้เล่นไม่น้อยกว่า $75,000 แต่ในความเป็นจริง แต่ละทีมจ่ายค่าแรงของผู้เล่นพื้นฐานจะอยู่ที่ LCS จะอยู่ที่ $320,000 ต่อปี แต่มีหลายคนที่มีค่าเหนื่อยสูงกว่านี้มาก ซึ่งนี่เป็นเพียงเงินเดือนพื้นฐานที่ยังไม่นับโบนัสจากเงินรางวัลในการแข่งและโบนัสอื่นๆ”

เท่ากับว่า ตอนนี้เงินเดือนขั้นต่ำของ LCS เลยสูงถึง  26,600 ดอลล่าร์/เดือน (ประมาณ 8.3 แสนบาท/เดือน) นั่นหมายความว่า รายได้เฉลี่ยของพวกเขาพุ่งสูงขึ้นกว่าเดิมไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไรแล้ว จนถึงขนาดที่ Forbes สำนักข่าวเศรษฐกิจดัง รายงานไว้ว่า ตอนนี้รายได้ของผู้เล่น LCS ได้เทียบเท่าหรือสูงกว่ารายได้เฉลี่ยของนักฟุตบอล Major League Soccer (MLS) ในสหรัฐฯ เป็นที่เรียบร้อย

 

 

ส่วนวงการอีสปอร์ตบ้านเราเองก็ไม่ใช่ย่อย โดยเฉพาะการแข่งขัน Arena of Valor ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยไม่นานนี้ Allen Hsu ผู้บริหารในตำแหน่ง Regional Head of Strategic Partnerships and Esports เผยข้อมูลสำคัญ ณ งานแถลงข่าวแผนกลยุทธ์ทางอีสปอร์ต 2019 ว่า ในปีที่ผ่านมาแต่ละสโมสรในโปรลีก จ่ายค่าแรงขั้นต่ำให้แก่นักแข่งสูงถึง 50,000 บาท/คน/เดือน (และมีหลายคนที่ได้รายได้สูงกว่านี้)

และนักแข่งเกมที่มีรายได้สูงที่สุด ได้รับรายได้รวม (จากเงินเดือน สปอนเซอร์ และการสตรีมสด) ในแต่ละเดือนสูงถึง 4.1 แสนบาท เลยทีเดียว

 

Leave a comment