นายกอีสปอร์ตกล่าวถึงประเด็นฉาว “ถ้าผู้จัดแข่งอีสปอร์ตโกง ก็ต้องไปจบที่โรงพัก”

ที่ผ่านมาวงการถือเป็นช่วงเวลาที่วงการอีสปอร์ตบ้านเราต้องเผชิญวิกฤตศรัทธาจาก “ผู้จัดบางราย” ที่ทำลายความคาดหวังของคนไทยที่อยากเห็น “อีสปอร์ตมีมาตรฐานเทียบเท่ากับกีฬา” จนกระทั่งเรื่องราวการทุจริตต่างๆ ได้แพร่กระจายในโลกโซเชียลมีเดีย และเข้าไปกระทบถึงหูผู้หลักผู้ใหญ่คนสำคัญอย่าง สันติ โหลทอง’ นายกสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย จึงเป็นอะไรที่เลี่ยงไม่ได้หากบุคคลที่เป็นเหมือนเสาหลักของวงการจะมาพูดถึงเรื่องนี้

นายกไทยอีสปอร์ต กล่าวว่า “เวลาพวกเราในวงการอีสปอร์ตจัดแข่งเกม ไม่ว่าใครก็ตามในวงการจัดแข่งเกม ปัจจุบันไม่ได้มีกฎหมายห้ามจัดแข่ง คุณยังจัดแข่งกันได้อยู่ วันหน้าไม่รู้ และถ้าเกิดมีกฎหมายออกมา ก็ไม่ได้ออกโดยสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย แต่จะไปออกโดยหน่วยงานอื่นที่เขาดูแลเรื่องความมั่นคง”

“นั่นแปลว่าในวันนี้ถ้าเอกชนจัดแข่ง ก็ต้องใช้กฎของเอกชน ไม่ว่าบริษัทไหนก็ตามจัดแข่งก็ต้องใช้กฎของเอกชนรายนั้นๆ ไป ความรับผิดชอบก็อยู่ที่ผู้จัด”

“ยกตัวอย่างเช่น คนๆ หนึ่งจัดแข่งเกมแล้วไม่ยอมจ่ายเงินรางวัล โดยที่การจัดแข่งเป็นการจัดของเขาเอง อันนี้มันเป็นกลไกพื้นฐานของโลกใบนี้อยู่แล้วว่า ถ้าท่านไม่จ่ายเงิน ใครผิด ไม่ว่าคนที่จัดจะเป็นนายตำรวจ นายทหาร สถานีโทรทัศน์ ออแกไนซ์ หรือว่าจะเป็นบริษัทเกม ถ้าท่านไม่จ่าย คนจะน่ะผิด”

“เพราะฉะนั้น คิดง่ายถ้าโกงกัน เรื่องราวก็ต้องไปจบที่โรงพัก มันก็คือ คดีฉ้อโกง เป็นคดีแพ่ง มันมีข้อตกลงกันอยู่”

อย่างไรก็ตาม ผู้ใหญ่ในวงการท่านนี้ยังบอกว่า ยังมีข้อแม้ที่ความรับผิดชอบซึ่งเดิมที่จะถูกแบกอยู่บนหลังผู้จัดงานจะถูกย้ายมาวางไว้บนบ่าของหน่วยงาน สมาคม หรือองค์กรอื่น

“เว้นแต่ว่า เขาจัดแข่งแล้วเขาไม่ได้บอกคุณว่าเขาจะจ่ายตังค์ หรือเขาไม่ได้มีข้อตกลงอะไรกันเลย ตอนแข่งก็ไปแข่งแบบงงๆ ได้แชมป์ก็ได้แบบงงๆ เงินรางวัลก็ไม่จ่ายให้ แถมงงอีก คุณก็ไม่ควรปล่อยให้คนพวกนี้อยู่ในสังคม คุณก็ต้องไปดำเนินการฟ้องร้องทางคดีความกับเขา ซึ่งมันก็ไม่ใช่ว่าบ้านเมืองมันไม่มีขื่อมีแปนะ”

“ไม่ว่าคุณจะทำอะไร แม้แต่เดินไปร้านสะดวกซื้อ แล้วคนขายโกหกว่า เขาไมได้รับแบงก์พันจากคุณ คุณจ่ายแบงก์พันให้เขา คุณก็อาจจะเข้าใจว่า ทำไมร้านสะดวกซื้อร้านนี้ไม่มีข้อห้ามเลย จริงๆ เขามีครับ แต่สิ่งที่เขาทำมันคือ การทุจริต”

“การทุจริต คือ การแหกกฎ การทำผิดระบบ มันก็มี 2 เรื่อง เรื่องหนึ่งก็คือ ร้องต่อผู้บริหาร อีกเรื่องหนึ่งก็คือ ร้องต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้เป็นผู้ดำเนินการให้เอาผิดต่อเขา ที่เพิกเฉยต่อการจ่ายเงินของคุณ”

“และต้องบอกก่อนว่า มันมีอายุความด้วยนะ ยิ่งปล่อยมันนานไปเรื่อยๆ อาจจะแห้วได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องทำตามขั้นตอน นี่คือระบบของเอกชน”

“ระบบของเอกชนมีอะไรอีก เราต้องการอะไรจากระบบที่เกิดจากการจัดแข่งของเอกชน เช่น ให้ใครสักคนไปรับรอง เช่น มีเอกชนรายหนึ่งจัด แล้วให้สมาคมไปรับรอง สมาคมก็จะประกาศว่า รับรองเอกชนรายนี้ แต่คำถามคือ สมาคมจะไปรับรองเอกชนรายนั้นทำไม ถ้าเกิดเขาโกงขึ้นมา สมาคมก็ต้องรับผิดชอบแทน”

“มันเหมือนการค้ำประกัน คุณไปซื้อรถ ซื้อที่ ซื้อบ้าน กู้ธนาคาร แล้วสุดท้ายไม่ผ่อน คนค้ำประกันก็โดนเล่นงาน ฉะนั้น ระบบเอกชนก็เข้าใจกันนะครับว่า มันเป็นเรื่องของส่วนบุคคล” นายกสมาคมกล่าวในตอนท้าย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *